แนวรุกเต็มที่ ฮึกเหิมรอแดงเดือด ผ่า 5 ข้อก่อนเกม แมนยู ปะทะ อตาลันตา

แนวรุกเต็มที่

แนวรุกเต็มที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้โอกาสนำกองทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แก้ตัวจากเกมปัจจุบันที่แพ้ เลสเตอร์ สิตี้ ด้วยการต่อกร อตาลันตา

แนวรุกเต็มที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้โอกาสนำกองทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แก้ตัวจากเกมปัจจุบันที่แพ้ เลสเตอร์ สิตี้ ด้วยการต่อกร อตาลันตา ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกรุ๊ป กรุ๊ปเอฟ “ปีศาจแดง” กำลังอยู่ในฟอร์มกระท่อนกระแท่นสุดๆ

ทำให้แมตช์นี้พวกเขาจำเป็นต้องรวมพลังประจัญบานจัดแจงผู้มาเยือนจากดินแดนรองเท้าบู้ทให้อยู่มือต่อหน้าต่อตาสาวก “เร้ด อาร์มี่” ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ให้ได้ ชัยชนะในเกมนี้นอกเหนือจากการที่จะต่อโชคชะตาการทำงานให้กับ “น้าลูกอม”

แล้ว ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญก่อนเตรียมพร้อมทำศึกสงคราม “แดงเดือด” ดวล ลิเวอร์พูล ตอนสุดสัปดาห์นี้ แม้กระนั้นแม้แพ้หรือเสมอ ขอบอกเลยว่าบรรยากาศในกลุ่มมาคุยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า !! คาวานี่-แรชฟอร์ดทางเลือกเกมบุกกลับมาแล้ว

โซลชาจะได้ผู้เล่นสำคัญอย่าง เอดินสัน คาวานี่ แล้วก็ มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับมาเป็นตัวเลือกในเกมรุกอีกครั้ง โดยข้างแรกไม่ได้ลงไปในสนามในตอนเกมลีกนัดหมายปัจจุบันด้วยเหตุว่ามีลักษณะเหนื่อยล้าจากการเดินทางไปรับใช้ทีมชาติอุรุกวัย

เวลาที่ “แรชชี่” พึ่งฟิตเต็มเปี่ยม แล้วก็ได้ลงเล่นไม่กี่นาทีเกมแพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ จะต้องสารภาพว่าแนวรุกของ “ปีศาจแดง”มีปัญหาพอควรเนื่องจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , เมสัน กรีนวู้ด ยังไม่สามารถที่จะรักษาฟอร์มการเล่นให้สม่ำเสมอ

โดยเฉพาะในตอนที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา ทำเกมแดนกึ่งกลางไม่ได้ยิ่งทำให้ทั้งคู่คนไม่มีจังหวะได้สร้างความอันตรายให้กับคู่ต่อสู้เท่าไรนัก การที่ “น้าลูกอม” ได้สองผู้เล่นเกมรุกอย่าง “เอล มาทาดอร์” กับ “ดร.แรชชี่” กลับมาฟิตเต็มที่

ทำให้เขามีทางเลือกสำหรับการจัดเกมรุกให้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แนวรุกเต็มที่ แล้วก็คงจะทำให้คู่ต่อสู้อย่างอตาลันตาจะต้องพบกับปัญหาใหญ่สำหรับในการจัดการกับเกมบุกที่สุดอันตรายของทีมเยือน

สิ่งที่คงจะทำให้แฟนบอล แมนฯ ยูฯ รู้สึกดีมากมายๆก็คือการที่ แรชฟอร์ด กลับมาลงสู่สนามในแมตช์ปัจจุบัน แล้วก็ทำประตูได้ด้วย ซึ่งคงจะทำให้เขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและความเชื่อมั่น และก็ต้องการจะสร้างผลงานให้ดีเยี่ยมที่สุด เพื่อจังหวะกลับมายึดตัวจริงถาวร

วาน-บิสซาก้า กลับมาประจำตำแหน่ง เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดล่าสุดสาวก “เร้ด อาร์มี่” คงเห็นจุดอ่อนของทีมว่าอยู่ในตำแหน่งแบ็กขวา เนื่องจาก ดีโอโก้ ดาโลต์ ไม่สามารถทดแทนตำแหน่งของ อารอน วาน-บิสซาก้า ได้เลย และทีมโดน บียาร์เรอัล เจาะทางฝั่งขวาตลอด

สำหรับตอนนี้ต้องบอกว่าเป็นข่าวดีสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด เนื่องจากโทษแบน 2 แมตช์ของ วาน-บิสซาก้า ได้รับการลดโทษเหลือแค่เกมเดียว และนักเตะก็ชดใช้ไปแล้วในแมตช์ปะทะกับ “เรือดำน้ำสีเหลือง” ทำให้เกมรับมืออตาลันต้า พวกเขาจะได้นักเตะกลับมาประจำตำแหน่งตามเดิม

อย่างไรก็ตาม ฟอร์มของ วาน-บิสซาก้า ในช่วงต้นฤดูกาลนี้ก็ยังไม่ได้โดดเด่นมากนัก โดยในเรื่องเกมรับที่ถือเป็นจุดเด่นของนักเตะแต่ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยดีนัก อย่างในเกมล่าสุดก็โดนเกมรุกของ เลสเตอร์ ปั่นป่วนจนเสียกระบวนไปหลายครั้ง

แนวรุกเต็มที่ กระนั้นการที่ วาน-บิสซาก้า กลับมาอยู่ในตำแหน่งแบ็กขวา น่าจะทำให้ทีมอุ่นใจมากกว่าการที่ทีมต้องใช้งาน ดาโลต์ เพราะอย่างน้อยๆ ฝั่งขวาของ แมนฯ ยูฯ คงไม่เป็นบ่อน้ำมันให้เกมบุกของอตาลันตา ไล่ปู้ยี่ปู้ยำแน่นอน ข่าวแมนยู

แนวรุกเต็มที่

จำเป็นต้องรวมพลังประจัญบาน จัดแจงผู้มาเยือนจากดินแดนรองเท้าบู้ท ให้อยู่มือต่อหน้าต่อตาสาวก “เร้ด อาร์มี่” ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ให้ได้

แนวรุกเต็มที่ แม็กไกวร์ แก้ตัวจากเกมล่าสุด แมตช์ที่แพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ หลายคนมองว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไม่ฟิตเต็มร้อย แต่ โซลชา ฝืนส่งลงสนามทำให้นักเตะเล่นผิดพลาดหลายจังหวะจนเป็นเหตุให้ต้องกลับบ้านด้วยความผิดหวัง

อย่างไรก็ตามในเกมดวลกับทีมดังแดนมะกะโรนี แม็กไกวร์ น่าจะฟิตเต็มร้อย และสามารถกลับมายืนทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้ง ส่วนคู่หูของเขาคงหนีไม่พ้น วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ขณะที่ เอริก ไบยี่ คงต้องนั่งรอโอกาสของเขาต่อไป

สิ่งที่น่าเสียดายก็คือโซลชา ไม่สามารถใช้งาน ราฟาแอล วาราน ไปอีกอย่างน้อยๆ 2-3 สัปดาห์ เนื่องจากนักเตะมีปัญหาบาดเจ็บจากการรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศสเมื่อเร็วๆ นี้ ฉะนั้นเกมรับของ แมนฯ ยูฯ อาจจะไม่ค่อยนิ่งมากนัก และน่าจะเป็นจุดอ่อนที่อตาลันตา อาจจะฉกฉวยโอกาสก็ได้

อตาลันตามักทำได้ดีเวลาเจอทีมจากอังกฤษ สำหรับแมตช์นี้เป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างทั้งสองทีม แต่สำหรับอตาลันตา เคยผ่านการเผชิญหน้ากับสโมสรจากอังกฤษมาแล้ว ถึง 6 ครั้ง และผลงานของพวกเขาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

จะว่าไปแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด เคยมีโอกาสได้ดวลกับทีมจากดินแดนมะกะโรนีมาแล้วทั้งการดวลกับ ฟิออเรนติน่า, อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส, ลาซิโอ, เอซี มิลาน และ โรม่า ฉะนั้นพวกเขาคุ้นเคยกับบอลสไตล์อิตาลีพอสมควร

ส่วนอตาลันตา ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเจอกับทีมจากเมืองผู้ดีเพราะในเกมฟุตบอลถ้วยยุโรปพวกเขาเคยดวลกับ ลิเวอร์พูล, เอฟเวอร์ตัน และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ที่สำคัญผลงานไม่ธรรมดาชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 2 เกม

อตาลันต้าเคยเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ในเกมเยือนที่กูดิสัน พาร์ค และแมตช์เหย้าด้วยตอนที่พวกเขาเจอกันในศึก ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2017/2018 และบุกสอย ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก เดือนพฤศจิกายน 2020

ดังนั้นผลงานของทีมดังจากเมืองแบร์กาโม่ ไม่ธรรมดาแน่นอน แนวรุกเต็มที่ และหากโซลชา ไม่สามารถรับมือกับเกมบุกที่วูบวาบของเจ้าถิ่นได้ งานนี้มีหวังเก้าอี้กุนซือของเขาคงร้อนยิ่งกว่านั่งอยู่บนเตาไฟแน่นอน

อนาคตโซลชา อาจอยู่ที่เกมต่อไป แมตช์ปะทะอตาลันตา อาจจะไม่ใช้ตัวชี้วัดอนาคตของโซลชา เพราะเกมต่อไปที่จะต้องทำศึก “แดงเดือด” กับ ลิเวอร์พูล ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันอาทิตย์นี้มีสิทธิ์ที่จะเป็นแมตช์ตัดสินชีวิตการทำงานของ “น้าลูกอม” เลยก็ว่าได้

ด้วยเหตุนี้ในเกมพบอตาลันตา บรรดาขุนพล “ผีแดง” ต้องระเบิดฟอร์มการเล่นออกมาให้เต็มที่ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับทีมก่อนที่จะรับมือกับคู่อริตลอดกาล ที่ตอนนี้ฟอร์มโหดเหลือเกิน อย่างไรก็ตามหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือ

จากการเล่นในบ้านเกมนี้ ต้องบอกเลยว่าขวัญกำลังใจของพวกเขาคงหายไปมากกว่าครึ่ง และการที่จะเจอกับ “หงส์แดง” ที่กำลังมั่นใจเต็มเปี่ยม ยิ่งทำให้อาการน่าเป็นห่วงเข้าไปอีก สำหรับตอนนี้ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับการวางแท็กติก

และการกระตุ้นทีมของโซลชา เพราะขึ้นชื่อว่าเกม “เร้ด วอร์” ผลงานในช่วงที่ผ่านมาตัดทิ้งไปได้เลย เนื่องจากทั้งสองทีมมักจะโชว์ฟอร์มได้สุดยอดเวลาปะทะกัน กระนั้นจุดที่น่าเป็นห่วงก็คือลีลาในการกระตุ้นทีม ของโซลชา

แนวรุกเต็มที่ ยังหน่อมแน้ม เมื่อเทียบกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ และนี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่มีผลต่อการแข่งขันก็ได้ โรนัลโด้ร่ายยาว