ตุลาคม 20, 2021

ข่าวแมนยู

อัพเดทข่าวสาร ทีมแมนยูและทีมฟุตบอลอื่นๆจากทั่วโลก


Warning: sprintf(): Too few arguments in /home/mqjb2fe4onk1/public_html/jevrille.net/wp-content/themes/newsphere/lib/breadcrumb-trail/inc/breadcrumbs.php on line 254

6ประเด็นร้อน จ่าฝูงอาจเปลี่ยนมือ! 6 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 7

1 min read
6ประเด็นร้อน

6ประเด็นร้อน หลังจบแมตช์เดย์ที่ 7 ศึก พรีเมียร์ลีก ต้องพักเบรกให้กับโปรแกรมทีมชาติอีกครั้ง รวมทั้งจะกลับมาฟาดลำแข้งอีกครั้งในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า 

6ประเด็นร้อน หลังจบแมตช์เดย์ที่ 7 ศึก พรีเมียร์ลีก ต้องพักเบรกให้กับโปรแกรมทีมชาติอีกครั้ง รวมทั้งจะกลับมาฟาดลำแข้งอีกครั้งในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า พูดถึงเกมในอาทิตย์นี้ มีคู่ใหญ่ให้ติดตามหลายคู่ เริ่มจากช่วงค่ำวันเสาร์ ที่มี แมนฯ ยูไนเต็ด

พบ เอฟเวอร์ตัน ส่วนในคืนวันอาทิตย์ ลิเวอร์พูล ปะทะ แมนฯ ซิตี้ “แมนฯ ยูไนเต็ด-เอฟเวอร์ตัน” เปิดหัวคู่แรกค่ำคืนวันเสาร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งจะซัดชัยทดเจ็บบดชนะ บียาร์เรอัล มาได้ในเกมบอล ยุโรป โดยผลงานที่พบกับ เอฟเวอร์ตัน

ในช่วงหลังถือว่ายอดเยี่ยม เมื่อแพ้เพียงแค่ครั้งเดียวจาก 12 เกมที่เจอกัน (ชนะ6 เสมอ 5) โดยปัจจุบันที่แพ้ต้องย้อนไปเมื่อเมษายน ปี 2019 0-4 ที่ กูดิสัน พาร์ค คู่นี้ หากทีมใดคว้าชัยชนะจะมีผลให้พวกเขาขึ้นไปรั้งจ่าฝูงชั่วคราวก่อน

ซึ่งจำเป็นต้องไปดูผลคู่ 3 ทุ่มอีกครั้งว่า เชลซี จะเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้ไหม หาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงในสนามในเกมนี้จะนับเป็นการลงในสนามบนศึก พรีเมียร์ลีก ครบ 200 เกม(ทำได้ 87 ประตู)

และก็จะเป็นผู้เล่น “ปีศาจแดง” คนที่ 24 ที่สามารถลงเล่นได้แตะเลขหลักดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้ ดังนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด นับว่าเป็นทีมที่มีจำนวนนักเตะเล่นใน พรีเมียร์ลีก แตะหลัก 200 เกมมากกว่าทุกทีม โดยทีมที่มีจำนวนนักเตะเล่นใน พรีเมียร์ลีก

แตะหลักนั้นใกล้เคียงกับพวกเขาเยอะที่สุด ยังมีจำนวนคนที่เล่นถึงหลักนั้นน้อยกว่าถึง 8 คน ฝั่ง ราฟา เบนิเตซ ที่ปรึกษา “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ทำทีมบุกแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด ใน พรีเมียร์ลีก 7 จาก 9 นัดหลังสุด(ชนะ 2)

โดยชัยชนะมาจากตอนคุม ลิเวอร์พูล 4-1 เมื่อมีนาคม ปี 2009 แล้วก็อีกครั้งคือ เชลซี 1-0 เมื่อพฤษภาคม ปี 2013 แต่หากทำได้ในเกมนี้ จะมีผลให้เขาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนแรกที่เอาชนะ “ปีศาจแดง” ในลีกสูงสุดที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ด้วยทีมที่ต่างกัน 3 สโมสร แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ปีกฟอร์มแรงของทีมเยือน มีส่วนร่วมกับประตูไปแล้ว 7 จาก 8 นัดที่ลงสู่สนามในฤดูกาลนี้(4 ประตู 3 แอสซิสต์) มากที่สุดในทีม นอกเหนือจากนี้ เจ้าตัวยังเป็นคนที่ทำประตูแรกที่พา คริสตัล พาเลซ

บุกลูบคม แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 เมื่อฤดูกาลก่อน “เชลซี-เซาธ์แฮมป์ตัน” ความพ่ายแพ้บนศึก พรีเมียร์ลีก ของ เชลซี ในยุค โธมัส ทูเคิ่ล 3 จาก 4 นัดเกิดขึ้นในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ และถึงแม้จะแพ้ต่อ แมนฯ ซิตี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน

แต่พวกเขาก็ไม่แพ้เกมในบ้านตัวเองในลีก 2 นัดติดเลยนับตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2019 ซึ่งครั้งนั้นทีมที่ “สิงห์บลูส์” แพ้ตอนนัดที่ 2 ก็คือ เซาธ์แฮมป์ตัน เชลซี มีโอกาส แซงขึ้นจ่าฝูงหลังจบเกมคืนวันเสาร์ หากพวกเขาเอาชนะได้

และลุ้นให้ ยูไนเต็ด ไม่ชนะถล่มทลายจนลูกได้เสียมากกว่าตัวเอง หรือคู่บิ๊กแมตช์ คืนวันอาทิตย์ ระหว่าง ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ไม่มีทีมใดชนะ โรเมลู ลูกากู ทำประตูไป 9 ลูกจาก 12 เกมลีกที่เจอกับ “เดอะ เซนต์ส”

ซึ่งเป็นทีมที่เจ้าตัวลั่นสกอร์ได้มากที่สุดเทียบเท่ากับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด “ทีมนักบุญ” บุกเก็บแต้มที่ เดอะ บริดจ์ 19 คะแนน จากการลงเล่น 22 เกมลีก(ชนะ 4 เสมอ 7 แพ้ 11) มีแค่ แอสตัน วิลล่า (27)

6ประเด็นร้อน และ คริสตัล พาเลซ (21) เท่านั้นที่สามารถควักคะแนนที่บ้านของ เชลซี ได้มากกว่าพวกเขา อดัม อาร์มสตรอง กองหน้าของทีมเยือน มีโอกาสทำประตูมากที่สุดของทีม (19) และสร้างโอกาสได้อีก 6 ครั้ง ข่าวแมนยู

6ประเด็นร้อน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซัดชัยทดเจ็บบดชนะ บียาร์เรอัล

6ประเด็นร้อน โดยคิดเป็น 33 เปอร์เซนต์ของจำนวนที่ เซาธ์แฮมป์ตัน สร้างโอกาสในฤดูกาลนี้ (25 จาก 75) “ไบรท์ตัน-อาร์เซน่อล” ไบรท์ตัน เก็บชัยชนะในบ้านตัวเองไปแล้ว 3 จาก 4 เกม (แพ้ 1) โดยเทียบเท่ากับก่อนหน้านี้ที่ลงเล่นที่

เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม 22 นัด (ชนะ 3 เสมอ 10 แพ้ 9) นอกจากนี้ มีแค่ แมนฯ ซิตี้ กับ เชลซี เท่านั้น(9) ที่เก็บคลีนชีตในบ้านตัวเองได้มากกว่าพวกเขาในปฏิทินปี 2021 นีล โมเปย์ เป็นคนทำประตูชัยให้

“เดอะ ซีกัลส์” เอาชนะ อาร์เซน่อล ถึง 2 จาก 3 เกม ขณะเดียวกัน แดนนี่ เวลเบ็ค ก็ทำประตูใส่ “เดอะ กันเนอร์ส” ได้ตลอด 3 นัดหลังที่เจอกัน อาร์เซน่อล มีสิทธิ์เป็นทีมที่สองในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่เก็บชัยชนะ 4 นัดติดต่อกัน

หลังจากที่แพ้ทุกนัดตลอด 3 นัดแรก ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ทำประตูได้ 5 ลูกจาก 5 เกมหลังสุดทุกรายการ ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าก่อนหน้านี้ที่ลงเล่นไป 17 นัด “คริสตัล พาเลซ-เลสเตอร์” ถึงตอนนี้ วิลฟรีด ซาฮา

ทำประตูใน พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 49 ลูก และจะเป็นผู้เล่นคนแรกของ คริสตัล พาเลซ ที่สามารถทำประตูบนลีกสูงสุดให้กับทีมแตะหลักครึ่งร้อย หากเขาสอยประตูได้ในเกมเจอกับ เลสเตอร์

“ดิ อีเกิลส์” ยังไม่แพ้ใครในบ้านตัวเองกับการเล่นเกมลีก 3 นัดในฤดูกาลนี้ (ชนะ 1 เสมอ 2) และเสียไปแค่ประตูเดียวเท่านั้นยามที่เล่นที่ เซลเฮิร์สท์ พาร์ค ซึ่งตลอด 24 ซีซั่นก่อนหน้านี้ มีแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น (2019/20)

ที่พวกเขาไม่แพ้ใครในบ้านตลอด 4 เกมแรก การบุกเยือนทีมเมืองหลวงของ เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ค่อยสู้ดีนัก เมื่อแพ้ตลอด 3 นัดหลังสุด เทียบเท่ากับก่อนหน้านี้ 14 เกม(ชนะ 6 เสมอ 5 แพ้ 3) เจมี่ วาร์ดี้ มีส่วนร่วมกับประตูที่

เลสเตอร์ ทำได้ในลีกฤดูกาลนี้คิดเป็น 86 เปอร์เซนต์ ( 5 ประตู 1 แอสซิสต์) และนับตั้งแต่เข้าสู่วัยหลักสามสิบ เจ้าตัวทำไปแล้ว 89 ประตู ขยับเข้าใกล้สถิติของ เอียน ไรท์ ที่ทำไป 93 ประตูในวัยหลักสาม

“สเปอร์ส-แอสตัน วิลล่า” แอสตัน วิลล่า มองหาชัยชนะเหนือ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สองเกมติดในลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2008 และครั้งล่าสุดที่พวกเขาสามารถบุกชนะ “คลับไก่”

สองนัดติดก็ต้องย้อนไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1995 สเปอร์ส เอาชนะ วิลล่า ได้ถึง 10 จาก 12 เกมลีกหลังสุด (แพ้ 2) ถึงกระนั้น 2 นัดที่แพ้ก็เกิดขึ้นในการเล่นที่บ้านตัวเอง (0-1 เดือนเมษายน ปี 2015

และ 1-2 เดือนพฤษภาคม ปี 2021) ซน ฮึง-มิน มีส่วนร่วมกับประตูในสนาม ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม 10 จาก 11 นัดหลังสุดในลีก ( 6 ประตู 4 แอสซิสต์) โดย 4 ประตูที่ “ไก่เดือยทอง”

6ประเด็นร้อน ทำได้ในลีกซีซั่นนี้ มาจาก ซน ฮึง-มิน ถึง 3 ลูก แดนนี่ อิงส์ ทำประตูใส่ สเปอร์ส ได้ถึง 6 ลูกจากการเจอกัน 6 นัดหลังทุกรายการ รวมถึง 4 ประตูจาก 3 เกมล่าสุด อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวแพ้ต่อ “ไก่เดือยทอง” 4 จาก 5 แมตช์ ที่ทำประตูได้โดย 3 นัดหลังสุด คือแพ้รวด “ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้”